งานสืบสวน

8 พฤศจิกายน 2567

เมื่อวันที่ วันที่ 8 พ.ย.67 ตามที่ปรากฎในโซเชียลมีเดียว่า “ขณะเจ้าหน้าที่เทศบาลลาดยางมะตอยซ่อมแซมทำพื้นถนนบริเวณถนนมูลเมือง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ได้มีรถยนต์กระบะ ขับเขามาในเลนที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงาน และเหยียบยางมะตอย เจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนว่าตรงนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงานรถผ่านไม่ได้ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้จอดรถด้วยความโกรธจึงได้ใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าคาดอกทำท่าจะใช้อาวุธในกระเป๋าเข้าไปขู่เจ้าหน้าที่ “ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ให้ความสนใจอยู่นั้น”

🚨พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้มีข้อสั่งการให้ พ.ต.อ.ปรัชญา  ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้เร่งรัด สืบสวนติดตามผู้ขับรถยนต์กระบะ ตามที่ปรากฎตามคลิปที่เผยแพร่ในโซเชียลดังกล่าว เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเป็นที่เสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่

   สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยการนำของ พ.ต.อ.ปรัชญา  ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม, พ.ต.ท.สถิตชัย  นิตยวัน

รอง ผกก.สส.ฯ, พ.ต.ต.พูนศักดิ์  พักย์ผ่องศรีสว.สส.ฯ, พ.ต.ต.วุฒิไกร  ทาหอม สว.สส.ฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเหยี่ยวดำ ได้สืบสวนติดตามบุคคลดังกล่าว จนทราบชื่อว่า นายกันตพัฒน์ อายุ 42 ปี

ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสัน สีเทา เชียงใหม่ ตามคลิปที่ปรากฎ  จึงได้เชิญตัวมายังที่ สภ.เมืองเชียงใหม่

       นายกันตพัฒน์ฯ ให้การว่าขณะที่ตนขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวมาตามถนนมูลเมืองตามปกติ ได้มีการปิดกั้นทางจราจรเหลือเพียง 1 เลน ทำให้การจราจรมีรถติดขัดเป็นจำนวนมาก ด้วยขณะนั้นตนอ้างว่ารีบไปส่งกาแฟให้กับลูกค้าที่ตลาดอนุสาร ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ จึงได้ขับรถคันดังกล่าวเข้าตัดผ่านเลนที่เจ้าหน้าที่ทำงานลาดยางมะตอยซ่อมแซมทำพื้นถนน เพื่อจะยูเทิร์นไป ซึ่งในขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ได้ว่ากล่าวตักเตือนและเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทุบรถยนต์ของตน ตนจึงเกิดความโมโหจากนั้นได้จอดรถและลงจากรถมาเพื่อต่อว่า ด่าทอ กลุ่มเจ้าหน้าที่ฯ และได้ชักมีดพกที่อยู่ในกระเป๋าคาดอกขึ้นมาเพื่อข่มขู่ เจ้าหน้าที่ฯ หลังจากนั้นจึงได้ขับรถออกจากที่เกิดเหตุไป ตามที่ปรากฎในคลิป แต่มิได้มีการทำร้ายร่างกาย หรือทรัพย์สินผู้อื่นแต่อย่างใด

       จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเหยี่ยวดำ จึงได้นำตัว นายกันตพัฒน์ฯ

ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

🚨โดยได้แจ้งข้อหา จำนวน 2 ข้อหา

1) พกพาอาวุธฯ(มีด)ไปในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่ อัน มีเหตุ อันควร ตาม ป.อ.มาตรา 371

2) ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ป.อ.มาตรา 392

   นายกันตพัฒน์ ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและยอมรับว่า ตนใช้อารมณ์มากเกินไป ฝากขอโทษถึงคู่กรณีในคลิปและชาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่เสียหาย แต่ทั้งนี้ตนก็ไม่มีเจตนาทำร้าย หรือทำให้ทรัพย์สินใครเสียหายแต่อย่างใด 

ขอให้อภัยตน ซึ่งตนจะจำไว้เป็นบทเรียน และจะไม่ก่อให้เกิดเหตุแบบนี้อีกต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *